หน้าแรก > หม้อข้าวหม้อแกงลิง-Nepenthes > การเพาะหม้อข้าวหม้อแกงลิงจากเมล็ด

การเพาะหม้อข้าวหม้อแกงลิงจากเมล็ด

14 มีนาคม, 2009

การเพาะเมล็ดหม้อนับเป็นวิธีการขยายพันธุ์อีกวิธีหนึ่งที่ง่ายแสนง่าย แต่หลายๆ คนกลับกังวล ก็เลยจัดทำไว้ให้ดูเล่นครับ เผื่อใครมีโอกาสได้เมล็ดมาเพาะ ก็ลองปฏิบัติตามขั้นตอนพวกนี้ดูกันเลยเมล็ดหม้อข้าวหม้อแกงลิงมีขนาดเล็กประมาณเข็มหมุดที่เคยเห็นยาวมากๆ ก็ไม่น่าเกิน 3 เซนติเมตร เมล็ดที่สมบูรณ์ตรงกลางจะป่อง ฝักตัวเมียที่ไม่ได้รับการผสมก็จะมีเมล็ดเช่นกัน แต่นำมาเพาะไม่ขึ้นจ้ะ เมื่อได้เมล็ดหม้อมาแล้ว อย่ามัวแต่อ้อยสร้อยอยู่ ให้รีบปลูก เพราะยิ่งนานวัน เปอร์เซ็นต์การงอกจะยิ่งน้อยลง
ในที่นี้ผมเตรียมเครื่องปลูกไว้ให้ดู 3 ชนิดคือ(เรียงจากซ้ายไปขวา) peat moss, กาบมะพร้าวสับผสมกับขุยมะพร้าว, sphagnum moss ดูสัก 3 แบบน่าจะเพียงพอ ส่วนใครอยากจะใช้เครื่องปลูกที่นอกเหนือและพิสดารไปจากนี้ก็เชิญตามสบาย ทุกเครื่องปลูกให้นำไปแช่น้ำให้อุ้มน้ำก่อน อย่านำแห้งๆ มาปลูก สำหรับกาบมะพร้าวสับ และขุยมะพร้าว ยังแนะนำเหมือนเดิมคือขอให้หาที่แก่และแห้งมาใช้งาน ถ้าเห็นว่ายังสดอยู่ ผมแนะนำให้หลีกเลี่ยง เพราะความพินาศจะมาเยือนท่าน ฮ่ะๆๆ ส่วนกระถางที่ปลูกก็พิจารณาว่าจัดหามาใช้ได้สะดวก อาจเป็นถ้วยชามเก่าๆ แก้วพลาสติกใส่กาแฟสด โอ่ง กาละมัง หรืออ่างยากุชชี่ ก็ได้ หากท่านต้องการแบบนั้น ใครจะห้ามได้
โปรยหรือวางเมล็ดให้ทั่วกระถาง จากนั้นปัก tag บอกชื่อพันธุ์ ลงวันที่ หรือรายละเอียดอื่นๆ ตามต้องการเช่นได้จากใคร หรือขโมยใครเค้ามาวันไหน กี่โมง จากนั้นก็รดน้ำซะ 1 ที
นำใส่ลงในถุงพลาสติกใส ในที่นี้ผมใส่น้ำผสมเกอมาร์ หรือนำปุ๋ยเกล็ดละลายน้ำ หรือปุ๋ยปลา หรือ EM หรือสิ่งอื่นใดที่คุณคิดว่าเป็นปุ๋ย ซึ่งต้นไม้สามารถดูดเอาไปใช้ได้ ก็ใส่ลงไปด้วยเลย แต่ขอย้ำว่าให้ผสมแบบเจือจางที่สุด และขอร้องว่าอย่าโลภใส่ไปเยอะ เพราะนั่นอาจจะทำให้เมล็ดไม่งอกหรืองอกปุ๊บตายปั๊บก็เป็นได้ ทั้งนี้ เนื่องจากเครื่องปลูกที่ว่ามา ไม่ค่อยมีธาตุอาหารมากมายนักหรอก ช่วยเค้าหน่อยนะ จะได้โตเร็วๆ อีกอย่างก็เป็นการแก้ปัญหาใบเหลืองได้ดีนักแล จากนั้นก็มัดปากถุงและนำไปวางไว้ในที่ที่มีแสงมาก ขอย้ำนะว่าคำว่า “แสงมาก” กับ “แดดมาก” นั้น ต่างกันโดยสิ้นเชิง ส่วนใครอยากวางตรง window sill ในห้องนอน ห้องน้ำ หรือวางบนสวรรค์วิมาน ก็ตามใจ แต่ขอให้แสงมากเป็นพอ ห้ามโดนแดดจ้ะ บางท่านไม่อยากอบในถุงก็ทำได้นะ แต่หล่อน้ำไว้ อย่ารดน้ำลงไปตรงๆ ล่ะ เพราะเมล็ดมันเล็ก มันก็เคลื่อนตัวออกนอกกระถางหมดแหละ ดูในภาพสิ ขนาดผมใช้บัวรดน้ำรดเบาๆ ตำแหน่งเปลี่ยนเห็นๆ หลังจากกระบวนการนี้เรียบร้อย ก็รอผม update ครับ เดี๋ยวภาพไม่ต่อเนื่อง มันไม่เจ๋ง
และแล้ว…วันนี้ที่รอคอยก็มาถึง ผมโปรยเมล็ดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2552 วันนี้ 11 เมษายน 2552 โอ๊ะโอว..งอกกันแล้วครับ งอกกับเครื่องปลูกทั้ง 3 แบบซะด้วย แสดงว่าเครื่องปลูกพวกนี้ใช้ได้สบายมาก ก็ใช้เวลาไปเกือบๆ เดือนนะครับ นี่ถ้าไม่งอกผมคงต้องเปลี่ยน นายแบบนางแบบใหม่เป็นแน่แท้ ดีเลยจะได้พิมพ์ๆ ซะให้จบในวันนี้ อิ…อิ
อ้ะ…มาดูกันใกล้ๆ เริ่มแรกที่งอกก็จะมีแค่ใบเลี้ยงขึ้นมาก่อน 2 ใบ จากรูปจะเห็นหวกตะใคร่น้ำเริ่มขึ้น เนื่องจากเครื่องปลูกทั้งสามชนิดนี้ ผมไม่ได้เอาไปเข้าเตาไมโครเวฟ เพื่อฆ่าเชื้อก่อนนำมาใช้ครับ ถ้าเอาไปเข้าเวฟสักนิด เจ้าพวกตะไคร่น้ำนี้ก็จะเกิดได้ช้าขึ้นครับ
จากนั้น ใบถัดไปก็สร้างหม้อกันเลยครับ แต่เป็นหม้อจิ๋วๆ ช่วงนี้ก็จะมีวัชพืชที่ไม่พึงประสงค์ ขึ้นแซมมาบ้าง ก็หมั่นถอนกันหน่อยครับ น้ำเกอมาร์ที่ใส่ไว้ก็ควรเปลี่ยนเดือนละครั้ง อย่าปล่อยให้น้ำดำและเน่าล่ะ สำหรับเรื่องรา หรือไลเคนขาวๆ และตะไคร่ที่ขึ้นในเครื่องปลูกนี้ มักจะเป็นปัญหาโลกแตกจริงๆ สำหรับนักเพาะเมล็ดแบบควบคุมความชื้น ถ้ามีพวกนี้เยอะ คุณสามารถเปิดถุงออกได้ประมาณ 50% ครับ เจ้าพวกนี้จะยุบลง พอยุบเราก็ปิดถุงใหม่ ก็ทำสลับไปเรื่อยๆ อีกวิธีหนึงก็คือย้ายลงเครื่องปลูกใหม่ไปเลยครับ ก็จะได้กล่าวต่อไปตามลำดับ ปัญหาที่พบอีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อเลี้ยงไม้เมล็ดไปได้ระยะหนึ่งคุณจะสังเกตุเห็นว่า เจ้าต้นเล็กๆ นี้จะมีอาการใบเหลือง ดังที่ผมได้กล่าวไว้ในตอนต้นๆ เราสามารถแก้ได้โดยผสมปุ๋ยกับน้ำแบบเจือจางรดลงไปได้ครับ อาการใบเหลืองจะหมดไป
ถ้าคุณโรยเมล็ดหนาแน่นมาก ต้นอ่อนจะโตช้า ให้ทำการแยกออกมา ดูจากภาพด้านบนจะมีบางส่วนที่ขึ้นอยู่ติดๆ กัน ผมใช้วิธีควักดินลงมาแกว่งในน้ำ ดินจะละลายออกและหลุดลงไปด้านล่าง หม้อจะลอยอยู่ด้านบน ระบบรากจะเสียหายน้อยหน่อย (อย่างไรก็น้อยกว่าการดึงขึ้นมาแบบซื่อๆ ก็แล้วกัน) จากนั้นจึงย้ายลงเครื่องปลูกที่เตรียมไว้
จากนั้นก็นำไปวางในเครื่องปลูกที่จัดไว้ให้ใหม่ กว้างกว่า และสบายกว่า
นำเกอมาร์มาผสมน้ำ นำมารดลงไปอีกที แล้วจับใส่ถุงอบเช่นเดิม คุณอาจสงสัยว่าทำไมผมเชียร์เกอมาร์จังเลย ผมได้ตังค์หรือไม่ ก็ขอตอบว่าไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับผลิตภัณฑ์นี้แม้แต่น้อย ที่ผมใช้เพราะใช้สะดวกครับ คุณอาจจะใช้ปุ๋ยปลาผสมน้ำ หรือใช้ปุ๋ยเกล็ดแทนก็ยังได้ หรือนอกเหนือจากที่กล่าวมาก็ได้ ถ้าคิดว่าสามารถทำให้ไม้โตเร็วๆ ได้ยิ่งดีเลยครับ แต่ก็แล้วแต่ชอบและไอเดียกันนะครับ
หยิบภาพมาให้ดูนิดนึง อันนีหลังจากย้ายและให้ยาบำรุงกันแล้วประมาณ 2 เดือน แหล่มๆ นะจ๊ะ
อีกต้นหนึ่งที่โดนเกอมาร์เข้าไปเต็มๆ เจ้านี่ผมย้ายลงกระถางเดี่ยวแล้วครับ และเจ้าหม้อน้อยๆ ก็พร้อมที่จะเจริญเติบโตอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย กลายเป็นหม้อต้นใหญ่ต่อไปอีกครา
สำหรับเรื่องเครื่องปลูกนี้ คุณสามารถประยุกต์เอาวัสดุอื่นๆ มาใช้ได้อีก เช่นอาจใช้สำลี เศษผ้าเก่าๆ หรือกระดาษคราฟท์ ที่ใช้ทำกล่องเบียร์ กล่องน้ำปลา หรือกระดาษทิชชู มาเป็นวัสดุปลูกก็ได้ ทั้งนี้ก็สังเกตุอัตราการอุ้มน้ำ การเสียรูปทรงของวัสดุว่าใช้ๆ ไปแล้วจะเละตุ้มเป๊ะหรือไม่ หรือปลูกไม้โตแล้ว ง่ายต่อการแยกไม้หรือไม่ ต้องใส่ปุ๋ยหรือธาตุอาหารช่วยด้วยหรือไม่ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ คุณต้องหมั่นสังเกตุด้วยตัวคุณเอง ถ้าคุณหมั่นดูแล หมั่นแยก และให้แสงที่เหมาะสมกับเจ้าหม้อน้อยๆ นี้เป็นอย่างดี ที่เค้ากล่าวไว้ว่าปลูกหม้อต้องใช้เวลาถึง 2 ปี กว่าจะต้นจะใหญ่นั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ผมประมาณว่า แค่ 12-15 เดือนเท่านั้น คุณก็จะเห็นผลตอบแทนจากความเอาใจใส่ของคุณ ที่มีให้เจ้าหม้อน้อยๆ นี้แล้ว หากไม่เชื่อ…ลองดูสิครับ แล้วคุณจะเห็นคำตอบด้วยตัวของคุณเอง บทความนี้เป็นแค่เพียง Guide นำทางพื้นฐานให้คุณเท่านั้น

Advertisements
%d bloggers like this: