หน้าแรก > กาบหอยแครง-Dionaea muscipula > กาบหอยแครง (Dionaea muscipula หรือ Venus Fly Trap)

กาบหอยแครง (Dionaea muscipula หรือ Venus Fly Trap)

9 มีนาคม, 2009

“กาบหอยแครง พืชกินแมลงเร้าใจ” ขอยืมคำของคุณสุรศักดิ์ เจ้าของ web NeofarmThailand มาใช้หน่อยนะครับ เป็นข้อความที่โดนใจซะเหลือเกิน ชื่อนี้เรียกไปเรียกมาคนที่ไม่รู้จักอาจเข้าใจว่าเป็นว่านชนิดหนึ่งของไทย เอาเหอะชื่อไทยๆ มันก็ซ้ำกันได้ ไม่เป็นไร เราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า venus fly trap ก็แล้วกัน เจ้า venus fly trap นี้ ตามหนังสือเค้าบอกว่าต้นกำเนิดของมันอยู่ที่อเมริกาเท่านั้น และจะพบมันได้ใน 2 รัฐเท่านั้น คือทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐ North carolina และทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐ south carolina เท่านั้น เนื่องจากพืชชนิดนี้เลี้ยงดูได้ไม่ง่ายนักสำหรับผม ดังนั้นจึงขอกล่าวถึงไว้แต่เพียงสั้นๆภาพจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Dionaea_distribution.svg
venus fly trap จะมีการพักตัวด้วยนะเมื่อถึงฤดูหนาว (หิมะจะตกมั้ยน้อ ไม่เคยไปง่ะ) แต่ที่บ้านเราผมยังไม่เคยเจอมันพักตัว ไว้เจอเมื่อไหร่แล้วจะมาเล่าวิธีการให้ฟัง เล่าถึงวิธีการดักแมลงกันก่อน ที่บริเวณกาบนี่แหละ ที่จะงับแมลงได้ เมื่อแมลงบินมาเกาะที่กาบเพื่อกินน้ำหวานที่ผลิตออกมาจากต่อมน้ำหวาน ขณะที่มันกำลังเพลิดเพลินกับการบริโภคอยู่นั่นเอง ตัวของมันก็บังเอิญไปสัมผัสกับขนเล็กๆ ที่อยู่บริเวณด้านในกาบ ในเวลาไม่ถึงวินาที กาบก็จะปิดลงทันที เมื่อแมลงยิ่งดิ้นกาบก็จะงับแน่นขึ้น แน่นขึ้น หลังจากหุบไปหลายวัน เจ้ากาบใบนั้นก็จะค่อยๆ เปิดออกเพื่อต้อนรับแมลงตัวใหม่ที่จะมาเยือนอีกครั้ง อิ..อิ ในเรื่องของการขยายพันธุ์ฝรั่งเค้านิยมการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกัน แต่คนไทยอย่างเราคงใช้วิธีแยกหน่อแยกกอกันนะ อีกวิธีก็คือการนำใบมาชำ ไปหาอ่านได้เยอะแยะตาม web ต่างๆ ทั่วโลกนะครับ ดูภาพประกอบผมว่าคุณๆ ก็คงรู้เรื่องแหละ

ภาพขยายของก้านเซ็นเซอร์บนใบ Venus fly trap ภาพจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Dionaea-muscipula-Ausloeseborste-Mikroskopaufnahme.jpg
สำหรับการปลูกเลี้ยง ใช้เครื่องปลูก 2 แบบ คือใช้ sphagnum moss ผสม กับ perlite หรือ จะใช้ peat moss ผสมกับ perlite ก็ได้ บางคนจะผสมอย่างอื่นมากกว่านี้ก็ตามใจ แล้วแต่ความชอบและความเชื่อของแต่ละท่าน การให้น้ำผมให้น้ำวันละ 1 ครั้ง โดยการใช้หัวบัวรดน้ำต่อกับสายยางรดลงไปตรงๆ เลย เครื่องปลูกของผม ผมไม่ให้แฉะมากนัก เพราะมีน้องท่านนึงบอกมาว่า เครื่องปลูกแห้งน่ะ มันไม่ตาย แต่เครื่องปลูกแฉะเกินไป มันเน่าตายเลยนะครับ ช่วยชีวิตไม่ทัน บางทีผมก็รดน้ำ 2 วันครั้งก็ยังเคย บ่อยด้วย ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะตาย สำหรับเรื่องแดด เจ้าต้นนี้มันชอบแดดมาก ผมก็วางให้รับแดด 100% ประมาณ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน มันก็โตของมันไปเรื่อย ไม่เห็นเป็นไร สำหรับท่านที่วางออกแดดมากว่านี้ ก็ตรวจสภาพเครื่องปลูกและสภาพไม้ด้วยนะครับว่ารับไหวมั้ย ข้อสำคัญที่สุดก็คือเครื่องปลูกถ้าแฉะเกินไปจะเน่า และเรื่องของแสงต้องมากๆ เข้าไว้ ไม่งั้นมันอยู่กับท่านได้ไม่นานก็จะจากท่านไป แม้ว่าในหนังสือจะพบว่ามันขึ้นอยู่บนเนินทรายที่แฉะๆ ก็ตาม แต่อย่าลืมว่าที่อเมริกาน่ะ สภาพตามธรรมชาติ แต่ที่เมืองไทยเรามาตีกรอบเลี้ยงมัน ดังนั้นดูแลกันนิดนึงก็ดี

เจ้า venus fly trap ดูจะเป็นที่นิยมมากในหมู่นักเล่นไม้กินแมลงเมืองไทย เหตุผลคงจะเนื่องมาจากราคาซึ่งไม่แพงมากนัก ถ้าไม่ใช่ตัวเด็ด ขนาดต้นที่ไม่ใหญ่ทำให้ใช้ที่วางนิดเดียว และที่เด่นที่สุดก็คงจะเป็นการดักแมลงที่สุดยอดแห่งต้นไม้แล้ว เพราะมันงับได้จริง สำหรับผมการนำเจ้า venus fly trap ถือเป็นสิ่งที่ท้าทายมากๆ เพราะว่าผมทำตายไปหลายต้นแล้ว เพราะตอนแรกไม่รู้ เค้าว่ามาผมก็ว่าไป ตามนั้นเลย ภายหลังก็ลองดูท่านอื่นๆ เลี้ยงกันแล้วก็มาลองดูไปเรื่อยๆ อย่างเรื่องเครื่องปลูกนี่ เมื่อก่อนผมลองผสมมั่วไปหมด สุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่เครื่องปลูกเพียง 3 ชนิด บางคนถามว่าใช้ขุยมะพร้าวได้มั้ย ตอบเลยว่าได้ครับ แต่ขุยมะพร้าวจะเสื่อมสภาพเร็ว ทำให้เราต้องเปลี่ยนเครื่องปลูกบ่อยกว่าใช้แบบที่ผมว่า ซึ่งผมว่าเป็นการรบกวนต้นไม้ มาถึงจุดนี้แล้วผมว่าการปลูกเจ้าต้นพวกนี้ ก็ไม่ยากเย็นเท่าไหร่ เพียงแต่คนปลูกควรจะศึกษาวิธีการนิดหน่อย ก็น่าจะเลี้ยงได้ และต้องไม่ลืมว่าการปลูกเลี้ยงต้นไม้นั้น ไม่มีใครเหนือใครครับ ผลัดกันศึกษาไม้ของท่านจะเจริญงอกงาม เจ้า venus fly trap ทนร้อนได้ระดับ 40c ได้เลยนะครับ แต่เสียอย่างที่เวลามันมาเมืองไทยมันไม่พบความหนาวนี่สิ มีแถมท้ายนิดนึงว่า venus flytrap ที่มีสีแดงๆ เยอะๆ จะขยายพันธุ์ได้ยากนิดนึง ก็แหมเนื่องจากสีเขียวๆ ซึ่งเป็นส่วนของคลอโรฟิล น่าจะน้อยกว่าเค้า ก็เลยยากหน่อย ยังไงก็พยายยามกันนะครับ venus fly trap ของท่านๆ จะได้สวยวันสวยคืน

Advertisements
%d bloggers like this: