Archive for the ‘หม้อข้าวหม้อแกงลิง-Nepenthes’ Category

บางครั้งบางหนท่านต้องพาหม้อแสนรักออกเดินทาง ไม่ว่าจะเดินทางไปประกวด หรือย้ายไปอยู่ที่แห่งใหม่ ด้วยสายดิ่งที่ระเกะระกะนั้น จะทำให้น้องหม้อได้รับอันตรายได้ง่ายๆ ใช่ไหมครับ ผมเลยนำเสนอวิธีการที่ใช้เป็นประจำดังนี้ครับ

ก็ถือว่าเป็นวิธีการที่ง่ายและ Basic ที่สุดแล้วครับ เลือกกิ่งที่ไม่แก่เกินไป ตัดตามภาพเลยครับ กรีดโคนยาวสัก 1 นิ้ว เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่การเกิดราก

ดอกของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงจะเป็นดอกชนิดไม่สมบูรณ์เพศ คือแยกเพศผู้เพศเมียอิสระต่อกัน ดังนั้นการที่ท่านจะได้เมล็ดหม้อนั้นท่านต้องมีทั้งต้นเพศผู้และต้นเพศเมียพร้อมๆ กัน ถึงจะทำเมล็ดได้ แต่หากมีเพศใดเพศหนึ่งก็สามารถสร้างเมล็ดได้ เช่นมีต้นเพศเมียก็ไปขอเกสรเพศผู้จากนักเลี้ยงท่านอื่นมาใช้ หรือมีต้นเพศผู้ก็สามารถเก็บเกสรตัวผู้ไว้ในตู้เย็น เอาใส่ไว้ที่ฝาตู้ธรรมดาก็พอ จะอยู่ได้ประมาณ 2 เดือน อาจมากกว่าหรือน้อยกว่าก็แล้วแต่กรณี สำหรับวิธีการเก็บให้ไปดูในเรื่องของการเก็บเกสรหม้อข้าวหม้อแกงลิงไว้ใช้งานครับ แต่เกสรตัวเมียเอามาเก็บไม่ได้นะ ต้องติดอยู่ที่ต้นเท่านั้น มาดูกันครับว่าหน้าตาเป็นเช่นไร

การเพาะเมล็ดหม้อนับเป็นวิธีการขยายพันธุ์อีกวิธีหนึ่งที่ง่ายแสนง่าย แต่หลายๆ คนกลับกังวล ก็เลยจัดทำไว้ให้ดูเล่นครับ เผื่อใครมีโอกาสได้เมล็ดมาเพาะ ก็ลองปฏิบัติตามขั้นตอนพวกนี้ดูกันเลย

การตอนกิ่งหม้อข้าวหม้อแกงลิง นับเป็นวิธีการขยายพันธุ์อีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยลดความสูญเสียได้ดีกว่าการปักชำ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การปักชำ เป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่ง่ายที่สุด แต่หากท่านไม่แน่ใจว่าจะชำติด หรืออาจจะเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เราก็สามารถหันมาพึ่งพาวิธีการขยายพันธุ์แบบนี้ได้ วิธีนี้เหมาะกับนักเลี้ยงที่ไม่ค่อยมั่นใจ โดยเฉพาะนักเลี้ยงแบบผม ฮ่ะๆๆ แน่นอนครับว่าไม้บางตัวนั้นปักชำติดยากเสียเหลือเกิน สำหรับชาว กทม. อย่างผม ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียดังกล่าว ผมจึงหันมาใช้การตอนกิ่ง ซึ่งเป็นทางออกที่ดี มาดูกันว่าต้องเตรียม และทำอะไรกันบ้าง

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจัดได้ว่ามีผู้สนใจมิใช่น้อย เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้คนวิ่งเข้าหาการขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้ก็คือ ‘เงิน’ หรือถ้าพูดแบบสุภาพชนก็คงต้องพูดว่า ‘รายได้’ มีความรู้สึกว่าสาขาวิชาพฤกษศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ ไม่ใช่สาขาที่ง่ายเลยถ้าหากเริ่มเรียนจากพื้นฐาน ซึ่งผมก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปใหม่ได้ แม้ว่าใจอยากเรียนใจแทบขาด เพราะว่าการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ นับว่าเป็นตลาดที่กว้างไกล คุณสามารถเรียนรู้วิธีการพัฒนาได้เรื่อยๆ ตราบใดที่ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ไม่มีวันหยุดนิ่ง

เคยเลี้ยงแล้วตาย เลยไม่กล้าเลี้ยงอีก จากประสบการณ์การได้ยินได้ฟังคนที่ไม่กล้าเลี้ยง ก็พบว่าส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าหม้อ เป็นไม้ร่ม อันที่จริงหม้อเป็นไม้แดดนะครับ แดดมากหรือแดดน้อย ก็ต้องปรับการให้แสงตามชนิดของสายพันธุ์ที่นำมาเลี้ยง แตกต่างกันไป อีกประเภทหนึ่งก็คือใช้ดินปลูก ใช่ครับในธรรมชาติหม้อขึ้นบนดิน หรือบนมอส แต่อย่าลืมว่าดินนั้น เมื่ออยู่ในกระถาง บวกกับโดนรดน้ำทุกวัน ก็จะแน่นเร็ว ประกอบกับหม้อก็ไม่ชอบดินแน่นๆ อยู่แล้ว ก็จะค่อยๆ ยุบไปครับ ถ้าเข้าใจสภาพเค้าในธรรมชาติสักหน่อย ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

เราสามารถเก็บเกสรตัวผู้ไว้ใช้งานได้ประมาณ 2 เดือน หรือมากกว่านั้น เกสรตัวเมียเราเก็บมาใช้ไม่ได้นะจ๊ะ แต่โดยทั่วไปยิ่งเก็บเกสรไว้นาน ประสิทธิภาพในการผสมติดก็จะลดลงตามลำดับ เมื่อเกสรตัวผู้เริ่มบาน โดยสังเกตได้จากบริเวณหัวของเกสรตัวผู้จะมี

เป็นวิธีขยายพันธุ์อีกแบบหนึ่ง ซึ่งอันที่จริงก็เหมือนกับการปักชำนั่นแหละ เพียงแต่ว่าการแยกหน่อจะมีโอกาสรอดสูงกว่าการปักชำพอสมควร ในบางครั้งอาจมีรากติดมาด้วยนิดหน่อย แม้จะบอบช้ำมาบ้าง แต่รากก็ยังสามารถทำหน้าที่หาอาหารได้เลย หรืออีกกรณีหนึ่งผมเข้าใจเอาเองว่าส่วนโคนของต้นนั้น มีเซลส์ที่สามารถก่อตัวเป็นรากมากกว่ากิ่งธรรมดาสามัญ ซึ่งกว่าที่กิ่งที่เราตัดมาชำจะรู้ตัวว่าไม่มีราก และเร่งสร้างรากขึ้นมานั้น อาจตายไปหลายกิ่งแล้วก็เป็นได้

1. กาบมะพร้าวสับ (Coconut chip) ควรเป็นกาบมะพร้าวที่แก่และแห้งสนิท มีขนาดเล็ก ก่อนที่จะนำมาใช้ควรแช่น้ำอย่างน้อยสัก 1 คืน เพื่อให้กาบมะพร้าวอมน้ำเสียก่อน มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี ก็จะเสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนใหม่เมื่อถึงกำหนด 2. ขุยมะพร้าว (Coconut peat) ก่อนใช้ควรนำมาแช่น้ำก่อนอย่างน้อย 1 คืน คุณลักษณะเหมือนกาบมะพร้าวสับ ไม่ขอพูดมาก จบเลยละกัน 3. สแฟ๊คนั่มมอส (Sphagnum moss) มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้มากประมาณ 10 เท่าขึ้นไป ค่า pH ประมาณ 4.7-5.3 มีความโปร่ง ก่อนนำมาใช้ควรนำมาแช่น้ำก่อนประมาณ 1-2 ชั่วโมง และถ้าจะใช้เป็นเครื่องปลูกล้วนๆ ไม่ควรอัดลงในกระถางจนแน่น เพราะจะทำให้รากเน่าตายได้ หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์การเกษตร ที่มีของขายหลากหลายหน่อย